I'm sorry

posted on 16 May 2011 19:07 by aieyeye
นี่คือ เรื่องราวความรักของผมครับ
 
พ่อผมเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เมื่อปี 2535 ขณะที่พ่ออายุ 53 ปี
ตอนนั้น ผมเรียนอยู่ชั้น ม.4 โตเพียงพอที่จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ผมเป็นลูกคนกลาง แต่เป็นลูกชายคนโต เพราะจากพี่น้อง 3 คน ผมมีพี่สาวและน้องชาย
ผมควรจะดูแลครอบครัวเมื่อพ่อเสียไป  แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมยังเด็กเกินไป
แปลก ดีครับ เมื่อเวลาหลังจากที่พ่อจากไป  มันผ่านไปเรื่อยๆ เป็นวัน เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี  ผมกลับยิ่งรู้สึกผิด เสียดายและเสียใจมากขึ้น
 
พ่อผมเป็นคนไม่หล่อครับ ในสายตาของลูกๆ (โดยเฉพาะผม) พ่อเป็นคนขี้เหร่เลยล่ะ อ้วน เตี้ย หัวล้าน ปากห้อย ชอบผายลมต่อหน้าแขก เวลานั่งกางเกงจะร่นลงมาเห็นร่องก้น เวลาอยู่ต่อหน้าอาจารย์ก็จะชอบเล่าเรื่องตลกๆ สัปดนให้อาจารย์สาวๆและแก่ๆ หัวร่อกันหงายหลัง แต่มันทำให้ผมรู้สึกอายมาก จนผมมักจะถามแม่อยู่บ่อยๆ ว่า แม่มาแต่งงานกับพ่อทำไม พ่อแก่แล้วก็เพี้ยน ทำไมไม่หาพ่อหล่อๆ รวยๆ ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ภูมิฐาน ดูดีหน่อย แปลกอีกแล้ว ที่ผมถามแม่บ่อยๆ แต่ผมกลับจำคำตอบของแม่ได้เลือนราง
 
พ่อทำงานต่างจังหวัด จะกลับมาอยู่กับพวกเราก็เสาร์ อาทิตย์ แต่พ่อจะใช้เวลาด้วยการพาผมและพี่น้องไปร้องเพลงใรคาราโอเกะห้องรวม พ่อชอบร้องเพลงมาก ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่  แต่ชอบยุให้พวกเราดื่มไวน์คูลเลอร์ ซึ่งเมาเหลือหลายสำหรับเด็กอายุสิบขวบ
 
นอกจากสอนลูกเรื่องปาร์ตี้แล้ว พ่อยังช่วยเราทำการบ้าน พ่อจะชมผมทุกครั้งที่ผมวาดรูปไปอวด  (พ่อวาดรูปเก่งครับ เคยวาวดรูปวิวลงกระเบื้องขาย) ซึ่งพ่อก็ดูอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ผมวาดรุป นอกจากนั้น ทุกๆปิดเทอม พ่อจะพาพวกเรา รวมทั้งแม่และยาย ขับรถไปต่างจังหวัด ทั้งชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ไปฝั่งสมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี แล้วก็ไปพิษณุโลก ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย เรียกได้ว่า ไอ้พวกจุดท่องเที่ยว ในหนังสือภูมิศาสตร์ที่เคยเรียนมา ผมก็ได้ไปเห็นมาเกือบหมดแล้ว แต่อาจใช้เวลานานหน่อย เพราะพอพ่อง่วง พ่อจะจอดรถข้างทาง
 
ยังไงก็ตาม ผมรู้สึกดื้อนิดๆ กับพ่อ เพราะอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ทำให้รู้สึกห่างเหิน อีกอย่างพ่อค่อนข้างเข้มงวดกับเรื่องเรียน และพูดตรง จนบางครั้งมันทำร้านจิตใจ เวลาพ่อโมโห หยิบอะไรได้จะฟาดแรงๆ ที่ขา ผมเคยถูกไม้แขวนเสื้อและเข็มขัดฟาดแรงๆ จนร้องไห้เป็นวันๆ และสาบแช่งด่าทอในใจ ให้พ่อได้รับกรรมอย่างนั้นที่ทำกับลูกที่น่าสงสาร
 
พ่อแก่ลง และทำงานหนักขึ้นครับ  พ่อรับราชการเป็นหัวหน้าหน่วยงาน พ่อเครียดมากขึ้นและเริ่มป่วย  ครั้งแรกหมอบอกพ่อว่าเป็นโรคกระเพาะ ต่อมาบอกเป็นโรคหัวใจ (ซึ่งไม่รู้เกี่ยวกับโรคแรกตรงไหน) พ่อเข้าห้องไอซียูหลายครั้ง แต่ก็ดีขึ้นและออกมาจากโรงพยาบาลมาได้ทุกครั้ง จนครังล่าสุดก่อนพ่อเข้าโรงพยาบาล ผมทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง ผมผลักพ่อล้มลงบนพื้น เพียงเพราะโกรธที่พ่อด่าผมว่า "โง่"
 
 
 
ครั้งนี้พ่อไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลอีกเลย....
 
 
พ่อผมเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เมื่อปี 2535 ขณะที่พ่ออายุ 53 ปี
ตอนนั้น ผมเรียนอยู่ชั้น ม.4 โตเพียงพอที่จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว...แต่ก็ไม่เป็น
ผมเป็นลูกชายคนโต ผมควรจะดูแลครอบครัวเมื่อพ่อเสียไป  แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมยังเด็กเกินไป ไม่แน่ นั่นอาจหมายถึงความคิดงี่เง่าที่ว่า "เด็กไม่จำเป็นต้องคิดอะไร" ซึ่งถือเป็นข้ออ้างที่น่าสมเพชอย่างหนึ่ง
 
เมื่อพ่อยุ่ ผมบอกตัวเองว่าผมไม่รักพ่อเลย พ่อไม่เห็นเหมือนพ่อคนอื่น พ่อตลกเกินไป มีความคิกแปลกๆ บางทีก็ฉุนเฉียว เสียงดัง ชอบแหกปากร้องเพลง อัดเพลงที่ตัวเองร้องไปแจกชาวบ้าน ผมอาย อายเพื่อน..อายที่เราเป็นพ่อลูกกัน
 
จนวันที่พ่อเสีย ผมถึงได้รู้ว่า ผมคิดผิดหมด คิดผิดมาตลอด เพิ่งเข้าใจว่า "ความรัก" คือคำที่เราจะรู้จักมันได้ดี เมื่อเราสูญเสียคนๆนั้นไป
 
มันเป็นประโยคที่เชยมาก แต่จริงมากจนน่าตกใจ..
 
ผมรู้สึกผิดเหลือเกิน ที่เคยคิดว่าพ่อไม่ดี ไม่หล่อ ไม่เท่ ไม่รักเรา ไม่มีเวลาให้ ผิดที่เคยคิด "ไม่รักพ่อ" แม้เพียงแค่วูบเดียว
 
เสียดาย ที่ตอนนี้ผมโตกว่าเดิมมาก แต่กลับไม่มีโอกาสที่จะทำสิ่งที่น่าจะเรียกว่า "ความภูมิใจ" ให้พ่อได้เคยเห็น
 
ผมเสียใจมากขึ้นทุกปี แต่พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมรู้สึกผิด และอยากขอโทษพ่อมากแค่ไหน
 
มีสิ่งเดียวที่พ่อจะทำได้ คือเพียรบอกกับเพื่อนๆ และคนใกล้ตัวที่ยังมีพ่อแม่อยุ่พร้อมหน้า และรู้สึกว่า "ทำไมพ่อแม่เราถึงเป็นอย่างนี้นะ ไม่ได้ดั่งใจเลย ไม่เห็นเหมือนพ่อแม่คนอื่น เขาตามใจ เข้าไม่บังคับเรียน เขาให้ใช้เงิน เขาปล่อยไปเที่ยวกลางคืน เขาคุยเรื่องเพสเปิดเผย เขาซิ่ง เขาไม่หัวโบราณ เขาไม่แก่ เขาไม่แย่ เขาเข้าใจ..."
 
ผมจะบอกทุกคนว่า ทำหน้าที่มนุษย์ของตัวเองให้ดีเสียเถิด ก่อนที่จะว่ากล่าวพ่อแม่ของตัวเอง พ่อและแม่เราก็เป็นแค่มนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ ถึงจะไม่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง และไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เขาก็เป็นพ่อแม่เรา ไม่ควรเปรียบเทียบกับใครทั้งสิ่น..
 
ถ้ามองว่า คนมีหน้าที่อะไรบ้าง พ่อกับแม่ ทำให้ลูกเกิดมา ทำงานงกๆ เลี้ยงลูกจนพอจะดูแลตัวเองได้ ก็น่าจะจบสิ้นแล้ว  ที่เหลือคือหน้าที่ของลูกเองล้วนๆ มองกลับกัน เราเองเป็นคนที่สมบูรณ์แค่ไหนกัน ถึงกล้าพอที่จะคิดว่าเขาไม่สมบูรณ์
 
คนที่มีพ่อแม่อยุ่ครบ แต่กลับเฉยชาต่อกัน เกลียดพ่อแม่ตัวเอง จึงน่าเสียดายครับ ที่หากต้องพบชะตากรรมแบบผม แล้วเพิ่งจะรู้สึก..คิดได้..เมื่อเขาจากไป
 
แค่นี้แหละครับง่ายๆ  แต่ผมเพิ่งมาคิดได้..เมื่อไม่มีพ่อให้..แสดงความรัก..อีกแล้ว..
 
ผมคิดถึงเวลาพ่อแสดงสีหน้าชมรูปวาดของผมทุกครั้งที่ผมเอาไปอวด
ผมคิดถึงเวลาที่พ่อร้องเพลง พวกเราดื่มไวน์คูลเลอร์ในคาราโอเกะห้องรวม แล้วพ่อก็ลากลูกๆ เดินเป๋หน้าแดงก่ำออกมา
ผมคิดถึงเวลาผมกับพี่น้องเข้าไปเดินเล่นในโรงเรียนร้างที่ปิดเทอม ตอนที่พ่อจอดรถหลับข้างทาง
ผมคิดถึงแม้กระทั้งกลิ่นหัวล้านของพ่อ ที่เคยรู้สึกว่ามันน่าเกลียด
ผมอยากจะกอดและสูดหายใจเอากลิ่นนั้นเข้าไปให้ชุ่มปอดอีกหลายๆ ครั้ง แต่ก็ไม่มีอีกแล้ว..
มีแต่ความรู้สึกเสียใจ ที่น่าจะอยู่ในใจผม..ไปจนตาย..
มันสาสมดีครับ!!!
 
มีเพลงหนึ่ง ที่บางคนอาจฟังแล้วคิดถึงแฟน แต่สำหรับผม..เพลงนี้เป็นของพ่อคนเดียวเท่านั้น..จริงๆ
 
มีใครบางคนที่ยังเหมือนก่อน
มีคนคนหนึ่งยังคิดถึงและเป็นห่วงเธอ
มีความจำเป็นที่อยากขอให้เธอเข้าใจ
ฉันขอโทษ โปรดจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

อีกครั้งหนึ่ง จากวันนั้นที่ฉันได้ทำผิด
เธอจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

เธออยู่ในใจเสมอไม่เคย
เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้
จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยังรักเธอ

ในคืนที่เธอรู้สึกเหงาใจ
มีดาวบางดวงบนท้องฟ้ายังคอยส่องเธอ
มีคนคนหนึ่งที่อยากขอให้เธอเข้าใจ
และยกโทษ และจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

 

และจากวันนี้ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บช้ำ
ให้โอกาสคนที่พลาดพลั้งได้แก้ไข
จะปล่อยให้รักของฉันและเธอจบลงไม่ได้
อภัยได้ไหม ถ้าใจของเธอยังไม่เปลี่ยนแปลง

อีกครั้ง อีกแค่ครั้งหนึ่ง จากวันนี้ฉันจะไม่ทำผิด
โปรดจงคิดถึงฉันได้ไหมเธอ

จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม จากครั้งที่เรายังชิดใกล้
เธออยู่ในใจเสมอไม่เคย
เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้
จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยัง..
จดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน จากครั้งที่เรายังชิดใกล้
เธออยู่ในใจเสมอไม่เคย
เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้
จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยังรักเธอ

 
ถึงแม้มันจะไม่มีครั้ง..แต่พ่ออภัยใหได้อยู่แล้ว ถ้าพ่อได้ยินนะ..
ผมขอโทษ
 
ผมคิดถึงพ่อเหลือเกินครับ
....
แค่พ่อทุกคนบนโลกนี้
 
 
...i'm sorry ใน แดนศิวิไลซ์
...ดีเจปาล์ม..ฐิตวินน์ คำเจริญ...
 
 
 
 
 
ขอบคุณพี่ปาล์มสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่มีให้หนุได้และคนอื่นได้อ่านนะคะ
ขอบคุณตัวเองที่นั่งพิมพ์มาจนเสร็จ
ขอบคุณคนอ่าน..ที่อ่านมาจนถึงตรงนี้...ขอบคุณค่ะ
หวังว่าคุณจะได้อะไรจากการอ่านเอนทรี่นี้นะคะ...
..eyeye.
 
 
 
 
 
 


edit @ 16 May 2011 20:30:22 by e y e y e

edit @ 16 May 2011 20:39:54 by e y e y e

Comment

Comment:

Tweet

น้ำตาไหล

#17 By Renoo (103.7.57.18|118.172.160.255) on 2013-07-07 14:29

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่ให้ข้อคิดนะคะ :)

#16 By ▲CHAPHAN on 2012-11-25 16:42

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่ให้ข้อคิดนะคะ :)

#15 By ▲CHAPHAN on 2012-11-25 16:42

ขอแชร์นะคะ

#14 By yui (103.7.57.18|110.77.236.144) on 2012-11-13 21:35

ซึ้งมากเลยค่ะพี่อายส์ อ่านแล้วน้ำตาไหล TT ขอบคุณพี่อายส์มากนะคะที่นำเรื่องดีๆแบบนี้มาแชร์ให้ทุคนได้อ่าน ขอบคุณค่ะ

#13 By maprang&mai (103.7.57.18|125.24.66.141) on 2012-10-29 13:04

พออ่านก็ทำให้คิด เราเคยไม่ชอบพ่อเราเหมือนกัน อ่านจบน้ำตาจะไหล แต่ต้องกลั้นไว้ angry smile

#12 By พชรพพ (103.7.57.18|27.55.8.229) on 2012-10-22 16:12

พูดอย่าสารภาพผิดเลยนะ เราเป็นคนที่ทะเลาะกับพ่อกับแม่บ่อยมาก อารมณ์ชั่ววูบคิดด่าทอในใจ แต่พอเวลาผ่านไปสักประมาณ 1 ชั่วโมงเราลืมทุกอย่างเลย บางทีก็ยอมรับในสิ่ที่เราโดนด่า แต่บางครั้งเราก็ยอมรับคำด่าไม่ได้เพราะ พ่อกับแม่ ยังไม่ฟังเหตุผลเราเลย อ่านแล้วเราก็รักพ่อรักแม่มากขึ้นแต่บางครั้งเผลอๆเราก็ลืมที่อ่าน - -* เรามึนใช่ป่ะ T^T แต่รักพ่อ รักแม่นะ ไม่เคยอายเลยที่มีพ่อแม่แบบนี้

#11 By smile (103.7.57.18|27.55.0.52) on 2012-10-16 23:20

สิ่งที่เราคิดว่ามันมีไม่มีคุณค่ามันจะมามีคุณค่าก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมันไปแม้เราคิดที่จะอยากหันหลังกลับไปเพื่อแก้ไขสักเท่าไหร่ก็ตาม แต่เวลามักไม่เคยคอยใคร ขอบคุณพี่อายส์มากเรื่องนี้กินใจมาก

#10 By chatphapra (103.7.57.18|171.99.246.163) on 2012-10-11 14:24

ตอนอ่านจบประโยคสุดท้าย น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มพอดี T^T
ถ้าอายมีโอกาสได้คุยกับพี่ปาล์ม ฝากบอกพี่เค้าด้วยว่า
มีพี่คนนึงพี่เป็นแบบนี้เหมือนกัน เค้ารู้สึกผิดกับตัวเองมาตลอดเรื่องแม่ เขาเขียนจดหมายถึงคุณแม่ที่เสียไปแล้วเพื่อขอโทษในทุกๆอย่าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เค้ารู้สึกผิดน้อยลง
จนวันนึงเค้าได้คุยกับแม่ของเขา ในความคิด
เขาได้พูดขอโทษกับท่าน
แล้วเขาก็คิดได้ว่า...
ถ้าตอนนี้แม่ยืนอยู่ข้างหน้าเค้า แม่ก็คงจะพูดว่า
"ไม่เป็นไรจ๊ะ แม่ไม่เคยโกรธลูกเลย แม่รักลูกนะจ๊ะ"
ณ เวลานั้น เขาได้แต่ร้องไห้โฮ และความรู้สึกผิดนั้นก็ได้หายไป
.......
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะช่วยพี่เค้าได้รึป่าว...
เรารู้แต่เพียงว่า "ไม่อยากให้คนๆนึง ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตของเค้า" ><

#9 By ปิ่น (103.7.57.18|203.157.72.222) on 2012-09-05 17:15

รักพ่อ คิดถึงพ่อ มากๆ เลย surprised smile

#8 By AmpAmp (103.7.57.18|192.168.12.57, 202.29.105.5) on 2012-07-23 12:03

เยี่ยม ดีเจปาล์มเล่าได้ซึ้งใจมากๆ
ยังไงก็ขอบคุณอายอายส์ที่นำมาเล่าต่อสู่กันฟัง

#7 By discble82 (58.8.232.231) on 2011-05-24 19:36

น่าเศร้าใจcry cry

#6 By Aii flook (118.175.183.89) on 2011-05-21 18:57

เพลงอีกครั้ง ฟังกี่ทีก็เพราะ แล้วก็ทำให้เราเศร้าได้ทุกครั้งที่ฟังเลย :( ยิ่งอ่านเรื่องนี้จบแล้วก็ยิ่งเศร้า tt'


ลูกคนนี้จะรักพ่อให้ดีที่สุดค่ะ <3

#5 By Mine.My :) (223.206.10.215) on 2011-05-17 00:29

ขอบคุณครับ :)

#4 By Chai Phuksuwan (58.11.60.137) on 2011-05-16 23:30

ไม่ว่าอย่างไร เจ้าของเรื่องราวนี้ สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่ารอให้สายก่อน แล้วคิดได้นะครับ

ขอบคุณที่นำมาแชร์ครับ

#3 By funkymotion (58.9.160.129) on 2011-05-16 21:29

ขอบคุณที่เอามาให้เราทุกคนอ่านนะคะ เชื่อว่าคงเป็นข้อคิดไว้เตือนใจใครหลายๆคนได้ :)

#2 By Faii Amorn (110.49.235.241) on 2011-05-16 20:55

ขอบคุนพี่อายที่นำเรื่องดีๆอย่างนี้มาแชรืให้ทุกคนได้อ่านนะคะ ชอบมากเลยอะ big smile

#1 By cartoon (58.8.106.184) on 2011-05-16 20:48