แด่  อาร์ม นิสิตหญิงตัวเล็กคนหนึ่งซึ่งเคยใช้ชีวิตร่วมกันในห้องๆ หนึ่ง...
 
"เวลามันโคตรเร็วเลยว่ะ แปบๆ(จะ)จบปีสี่แล้ว"
ประโยคคุ้นหู ที่นิสิตนักศึกษาทุกสถาบันต้องพูด หรือไม่พูดก็นึกในใจ
 
เรากับอาร์มก็เป็นอีก(สอง)คนหนึ่งที่พูดประโยคนี้บ่อยๆ
พูดตั้งแต่ขึ้นปีสาม จบปีสาม ขึ้นปีสี่ ใกล้จบปีสี่ 
และพูดถี่ขึ้น เมื่อต้องทำสารนิพนธ์ ทำเรื่องจบ และได้จบจริงๆ
ประโยคข้างต้นถูกพูดบ่อย แต่รู้สึกทุกครั้ง 
แต่มันรู้สึกถึงอารมณ์ของประโยค และเป็นจริงทันที่ในวันที่ 1 มีนาคม 2556
วันที่พวกเราเข้าไปส่งสารนิพนธ์ในภาควิชา
 
"จบแล้วโยยยยยย!!!"
อารมณ์ดีใจเข้ามาหาก่อนอย่างแรก ดีใจที่หมดสิ้นแล้วซึ่งภาระหนักหน่วงอย่างสารนิพนธ์
ที่ใช้เวลาอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน ประหนึ่งคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ
พอส่งเสร็จ ความรู้สึกเหมือนหย่าขาดจากสามีที่หมดรักแล้ว..เป็นไท!!!!
ดีใจ..ที่เรียนจบ 
 
เรียนจบ - แยกย้าย
เพื่อนทุกคนมีทางต้องเดินเป็นของตัวเอง
เราเข้าใจดีมากๆ เราทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ โชคดีจบมาได้ทำงานต่อเลย
เพื่อนบางคนหางานตามที่ชอบ
บางคนยังไม่ทำงานทันที พักก่อน
บางคนเลือกจะเรียนต่อ
บางคนเลือกจะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในที่ใหม่ๆ 
 
อาร์ม เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ที่เลือกทำในข้อสุดท้าย
เราในฐานะเพื่อนในกลุ่ม ยินดีด้วยอยู่แล้วไม่ว่าเพื่อนจะเลือกข้อไหนก็ตาม
ด้วยความที่เป็นรูมเมทกัน เราจะเห็นอาร์มเตรียมตัวกับการไปอเมริกาครั้งนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม
สมัครเข้าโครงการ สัมภาษณ์ ทำวีซ่า จนกระทั่งเตรียมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ 
อาร์มจะทวิตจำนวนวันที่ตัวเองเหลืออยู่ในเมืองไทยก่อนจะบิน
เราเห็นอาร์มทวิตตั้งแต่ 66 days, 59 days, 51 days เราไม่รู้สึกอะไรเลย โหว อีกนาน
จนมารู้สึกอีกที "11 days leave"
 
เห้ย อีกอาทิตย์กว่าๆแล้วหรอวะ? 
แค่คิด ไม่อยากพูด แต่มันรู้สึก ใจหายๆ
 
จนกระทั่งเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2556 
เราเข้าห้องมา เจอกองกระเป๋าของใช้ของอาร์มกองรวมอยู่กองใหญ่
อาร์มกำลังขนของกลับบ้าน
----------------------------------------------- ใ จ ห า ย
ทำไมมันไวจังวะเพื่อน?
 
 
เราอยู่คนเดียวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
โอเค เฉยๆ chill chill ดีออก อยู่คนเดียว สบายดี
ดี..ตู้เสื้อผ้าใส่เสื้อผ้าได้เต็มที่ ราวตากผ้าไม่ต้องแบ่งใคร ไม้แขวนที่ใช้เหลือๆเลย
ไม่มีใครนอนเบียด เปิดแอร์ได้นานขึ้นไม่มีใครเป็นภูมิแพ้ น้ำมูกไหล
ห้องน้ำไม่ต้องแย่งใคร ปลั๊กไฟมีที่เสียบเหลือๆ ขนมไม่ต้องแบ่งใครกิน ฯลฯ
ข้ออ้างต่างๆ ที่สรรหามาบอกให้ตัวเองรู้สึกโอเค อยู่คนเดียวได้ ไม่เหงา
 
แต่ยิ่ง ณ วันนี้ 12 มีนาคม 2556 
เวลา 21.00 น. อาร์มคงกำลังออกจากบ้านตรงไปสุวรรณภูมิ
อาร์มกำลังจะบินคืนนี้
เรารู้สึกเคว้งๆ
 
เราไม่ได้ไปส่งด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะทางและเวลา
เลยมานั่งเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา
เราว่าอาร์มคงยังไม่ได้อ่านหรอก อาร์มต้องวุ่นอยู่กับการเตรียมตัว และอยู่กับครอบครัว
อย่าร้องไห้นะ (นี่บอกอาร์มหรือบอกตัวเอง)
แต่ถ้าได้อ่านเมื่อไหร่ ก็ให้รู้ไว้
ว่าดีใจที่ได้เป็นเพื่อน และมาสนิทกัน ขอบคุณทุกๆอย่าง ที่คอยช่วยเหลือเรื่องเรียนจนเราเรียนจบพร้อมเพื่อนๆ
ทุกอย่างพูดไปหมดแล้วในโทรศัพท์วันนั้น จะจำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี แต่พูดไปแล้ว ไม่พูดแล้ว
 
เดินทางปลอดภัยนะ!
 
ขอบคุณ
กมลเนตร เรืองศรี
 23:37  12 มีนาคม 2556
เหงามากมาหลายวันแล้ว
 
ภาพถ่ายกำแพงห้องโล่งๆ ขณะก่อนนอนในคืนหนึ่ง ช่วงที่อยู่คนเดียว 
10 มีนาคม 2556
 
 
ป.ล. ไม่ใช่ว่าไม่คิดถึงเพื่อนคนอื่นนะ 
แต่อาจเป็นเพราะอาร์มเป็นรูมเมทที่ผูกพัน
การจากกันในครั้งนี้ มันเลยรู้สึกถึงความเหงาที่ปรากฏตัวตนเป็นรูปร่างที่ชัดเจน
 
ป.ล.2 ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวก็หายเหงา มันอยู่กับเราไม่นานหรอก
แกซะอีก เดี๋ยวไปร้องไห้ที่อเมริกาโน่ จะขำให้
555555555555555555555555555555555555 (ขำรอ)


edit @ 12 Mar 2013 22:21:33 by e y e y e

Taxi กทม.

posted on 26 Dec 2012 14:56 by aieyeye
เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราเอง 
ก่อนอื่นขอพาทุกท่านนั่งแท็กซี่ ทะเบียน ทล-494 ย้อนเวลาไปกับเราเมื่อสองวันที่แล้ว
 
เราโบกแท็กซี่คันนี้จากช่อง 3 พระราม 4
ไปโรงเรียนสอนดำน้ำแห่งหนึ่ง ในซอยดวงตะวัน ถนนเจริญกรุง
ก็ย่านๆ เยาวราช ซึ่งเป็นทางที่ไม่ถนัดทั้งของเราและพี่แท็กซี่คนนี้
แต่พี่แท็กซี่ก็ตอบตกลง..ไป
 
ระหว่างทาง รถติด เราก็อธิบายทางตามแผนที่ที่มีอยู่ในโทรศัพท์
แล้วโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันมีปัญหา โทรไปไม่ได้ยิน รับก็ไม่ได้ยินเป็นไรไม่รู้
น่าเซ็งไหม?
 
อธิบายทางไปเรื่อยๆ พี่แท็กก็พูดว่า "เอ่อ จะเป็นอะไรไหมครับ ถ้าจะให้เขียนแผนที่คร่าวๆให้หน่อยว่าต้องผ่านอะไรบ้าง วงเวียนตรงไหน ยังไง เผื่อจะดูว่าไปทางไหน จะไวที่สุด"
พี่แท็กพูดพลางค้นๆ เอาสมุดจดและปากกาข้างๆลำตัวมาให้เรา
"ได้ค่ะ" เรารับมาแล้ววาดคร่าวๆ พอให้ดูออก
 
.
.
.
.
.
.
.
 
หลับไปตอนไหนไม่รู้
ตื่นมาอีกที
 
เราก็เห็นตึกแถวเก่าๆ ที่มีตัวอักษรจีนเยอะแยะ หรือไม่ก็ตัวอักษรไทยแต่เขียนเป็นภาษาจีน
"พี่คะ แถวนี้เค้าเรียกว่าอะไรหรอคะ?"
"อ้อ แถวนี้คือถนนเจริญกรุงครับ"
"คนจีนเยอะจังเลยนะคะ เขาขยันอ่ะ เป็นเถ้าแก่กันหมดแล้ว "
"ครับ เขามากันแบบเสื่อผืนหมอนใบหนะครับ จริงๆผมก็มีเชื้อจีนนะครับ ครอบครัวผมคนจีน แล้วจริงๆผมก็ไม่ได้ขับแท็กซี่ด้วย"
".."
"ผมเป็น engineer มา 17 ปี อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม แต่พอน้ำท่วมกรุงเทพครั้งล่าสุด เขาก็เลย์ออฟคนงาน"
"..ชีวิตคนเราก็อย่างนี้เนอะพี่เนอะ ไม่มีทางรู้เลยว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง.."
 
บทสนทนาง่ายๆที่พอให้รู้จักพี่แท็กซี่เพิ่มมาอีกนิด เกิดขึ้นระหว่างที่เราหลง หาซอยที่จะไปไม่เจอ
"เดี๋ยวผมขอลงไปถามทางกับคนแถวนี้ก่อนนะครับ ขออนุญาตนะครับ"
"หูยพี่ เอาเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ"
 
 
 
"เขาบอกเข้าทางซอยนี้ครับ"
เลี้ยวรถเข้าซอย
ถ้าใครเคยไปแถวๆย่านเจริญกรุง คุณจะรู้ว่าทางจำโคตรยาก ซอยก็เล็ก แคบ หลงง่ายมาก
เข้าซอยนู่น ออกตรอกนี้ งงทั้งเราทั้งพี่แท็ก
 
ขับผ่านอู่รถที่มีเถ้าแก่นั่งอยู่คนหนึ่ง
พี่แท็กซี่ก็ถามทางอีกจนรู้ทาง
และก็พูดประโยคนึง โดนใจเรามาก
"ลุยไปด้วยกันเนอะ (ปนขำ) ผมไม่เคยมาเลย ถือเป็นอีกหนึ่งทางที่ได้เรียนรู้เพิ่มนะ"
"ลุยเลยพี่ สู้ๆ คนไทยด้วยกัน หนูว่าเจ๋งดีนะ ช่วยเหลือกัน"
 
จนสุดท้าย พี่แท็กพาเรามาถึงที่หมาย ซึ่งก็ดูไม่ออกเลยว่านี่คือ โรงเรียนสอนดำน้ำที่ว่า
แล้วโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ทำให้เราติดต่อผู้จัดการไม่ได้จนต้องคุยกันแต่ในวอทแอป
 
"ถ้าไม่รังเกียจ ยืมโทรศัพท์ผมก็ได้นะครับ พอใช้ได้ไหม?"
"ขอบคุณมากนะคะ แต่ไม่เป็นไรพี่ เขาตอบมาแล้วค่ะ ที่นี่แหละ"
 
เราขอบคุณเขาและจ่ายตังค์ไป 
และเหมือนเดิม ถ้าเราถูกชะตากับแท็กซี่คันไหน
เราจะไม่รับเงินถอน พร้อมกับ "โชคดีนะคะพี่ ขอบคุณมาก :) "
 
 
 
....................................................................................................................
เรื่องนี้ดูยาวนะ แล้วเล่าแบบตรงๆเลย เล่าจากเหตุการณ์วันนั้นจริงๆ 
และเราก็กำลังจะบอกอย่างตรงๆ ถึงสิ่งที่เราได้จากเหตุการณ์นั้น
 
1.ชีวิตคนเราไม่มีทางรู้เลย ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น 
ใครจะรู้ว่าเป็นวิศวกรมา 17 ปี วันหนึ่งจะโดนเลย์ออฟออกไป
ต้องเคว้ง แต่ก็ต้องทำงานต่อไป เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
การขับแท็กซี่ เป็นอาชีพที่อยู่ในตัวเลือกขณะไม่มีงาน
แต่จะมีวิศวกรกี่คนที่ยอมทำ
ซึ่งอันที่จริงการขับแท็กซี่ไม่ใช่เรื่องผิด เป็นอาชีพที่มีเกียรติไม่แพ้วิศวกร
แต่ก็ด้วยความที่จบวิศวกรรมศาสตร์มาเนี่ยแหละ
ที่อาจจะทำให้ไม่อยากเป็นคนขับแท็กซี่
 
 
แต่..ก็อย่างว่า..
 
 
..ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆ..
 
 
 
 
2.ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม
ขอแค่คุณซื่อสัตย์ จริงใจ และเต็มที่กับมัน
ตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุด แล้วมันจะโคตรเจ๋ง
ดูอย่างพี่แท็กคนนี้ เขาไม่เคยไป แต่เขาก็พยายามถามทางอย่างเต็มที่
ที่สำคัญเขาพูดจาดี สุภาพมาก 
รถติดก็ไม่โวยวาย ไม่ถามทางผู้โดยสารอย่างกระโชกโฮกฮาก น่ากลัว
และเขาก็ทำให้เรารู้สึกชื่นชม รู้สึกว่าคุณเจ๋งมาก 
คุณเป็นพี่แท็กซี่ที่โคตร cool
 
เราอยากให้แท็กซี่เมืองไทยเป็นอย่างนี้ :)
 
 
ปล. เราเป็นคนที่โชคดีมาก ที่เจอแท็กซี่ดีๆในเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าแท็กซี่ที่ไม่ดี
ปล.2 วันนั้นรถติด ผู้จัดการมารับไม่ทัน เลยนัดเจอกันที่โลเคชั่นเลย
และ ปล.3 เราหวังว่าคุณจะได้อะไรไม่มาก็นน้อยจากเอนทรี่นี้ ถ้าได้อะไรช่วยคอมเม้นต์ทิ้งไว้หน่อยได้ไหม? เราจะกลับมาอ่าน และถ้าคุณชอบหรือเห็นว่าอยากให้คนอื่นได้อ่านบ้าง จะแชร์ต่อ ก็ไม่ว่ากัน
 
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ :)
 
 
 
 
 
 
ภาพนี้คือเราแอบถ่ายตอนพี่เขาลงไปถามทาง ถามหลายคนมาก กว่าจะได้คำตอบ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ :)

edit @ 26 Dec 2012 20:55:18 by e y e y e

ฮั่นแหน่ะ รออ่านเอนทรี่เราใช่เปล่าละ?
ไม่ต้องรอแล้วนะ เอามาเสิร์ฟถึงที่แล้ว
ขอโทษที่ให้รอนะคะ
จริงๆ เราอยากเขียนเอนทรีตั้งแต่วันสองวันแรกที่ไปปฏิบัติธรรมเลย
แต่ถ้าไม่ปล่อยให้ความคิดตกตะกอน เราเขียนไม่ได้จริงๆ 
 
คุณรู้ไหม? ว่าคอมเม้นของคุณว่าอยากอ่านเอนทรี่ รอเอนทรี่ของเรา
มันเป็นเหมือนก้อนสารส้ม ที่คอยแกว่งๆๆความคิดดิบๆขุ่นๆ ของเราให้ตกตะกอน
และแล้ว วันนี้ก็มาถึง...
 
ตัวอักษรต่อไปนี้ที่คุณจะได้อ่าน มันผ่านกระบวนการแกว่งๆๆ
มาแล้วค่ะ.. (:
 
หลายคนอาจจะเดาๆว่าเอนทรี่นี้ต้องเกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติธรรม
ฮะฮะ ตอนแรกเราอยากอัพมาก แต่มันคงยาวววววววววว มากจน ว.แหวน หมดโลกแน่ๆ
การปฏิบัติธรรมดีมากจริงๆ แต่เราขออนุญาตอัพเป็นคำพูดสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เราได้จากการปฏิบัติธรรม
ประกอบภาพถ่ายตามโอกาสละกัน (ลงใน ig)
เอนทรี่คงไม่สามารถอัพได้หมด 
 
แต่ก่อนที่จะนำเข้าเอนทรี่วันนี้ เราขอยิ้มก่อน :))))) ยิ้มไปเลยห้าชั้น
เพราะวันนี้เราอารมณ์ดีมากๆ 
ทั้งที่มีเรื่องแย่ๆ หดหู่ใจอยู่บ้าง
แต่คุณรู้ไหม ว่าวันที่เราคิดว่าเราแย่ เราไม่ได้แย่จริงๆ หรอก 
"ใจ" เราต่างหาก ที่เป็นพาหนะนำพาความเครียด ความทุกข์มาบุกจิตของเรา
 
ลองมองออกไปรอบๆ มองไปที่อื่น ละสายตาจากปัญหาที่เป็นที่มีอยู่ตอนนี้
เฮ้ยยยยย!! มันโคตรโอเค แจ๋วเลย แจ่มมาก 
 
ขอแนะนำหนึ่งโปรแกรมดีๆ นอกเหนือจากการดูหนัง เดินห้าง (ซึ่งเปลืองตังค์มาก)
ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทย
มีรถเมล์ไทยให้นั่งในราคาไม่แพง (รถเมล์ นะคะ ไม่ใช่ รถเมย์ เขียนให้ถูกเนอะคนเก่ง ^^)
เราตั้งชื่อโปรแกรมนี้เก๋ๆ ว่า "รถเมล์ต่อรถเมล์"
 
คือเราโดยสารรถเมล์ไทย ราคาไม่แพง 
ถ้าเป็นตอนกลางวันแนะนำรถปรับอากาศ
ขึ้นจากป้ายรถเมล์ นั่งมันไปเรื่อยๆ อยากลงที่ไหนก็ลง
แน่นอนว่าเรามีโทรศัพท์มือถือ ที่ถ่ายรูปได้
ใครใคร่พกกล้องก็พก (แต่ระวังด้วยนะ โจรมันแยะ)
ใครไม่ชอบถ่ายรูป อาจจะพกสมุดจดกับปากกาดินสอสักแท่งสักด้าม
มันคือเพื่อนร่วมทา